ยินดีต้อนรับเข้าสู่ องค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง ติดต่อสอบถาม 086-420-3270 , 052-081-890, 052-081891

แจ้งเรื่องร้องเรียนสายผู้บริหาร

ปลัด

ข่าวสารอาเซียน

ศูนย์ดำรงธรมม

ระบบจัดการบริหารเว็บไซต์

ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา



สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 22/08/2562
วันนี้
15
เมื่อวานนี้
18
เดือนนี้
365
เดือนที่แล้ว
370
ปีนี้
51,100
ปีที่แล้ว
27,038
ทั้งหมด
112,953
ไอพี ของคุณ
18.204.56.104


สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน

 

1.สภาพทั่วไป


1.1 ที่ตั้ง


       พื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง พื้นที่อยู่ห่างจากที่ตั้งของจังหวัดระยะทาง ประมาณ 187 กิโลเมตรและห่างจากตัวอำเภออมก๋อยไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร

 

1.2 เนื้อที่


         มีพื้นที่ทั้งหมด 387.4 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 242,125 ไร่พื้นที่ส่วนใหญ่่เป็นภูเขาสูงชัน และในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าตำบลสบโขงยังคงสภาพความสมบูรณ์ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำพื้นที่อยู่ สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร

 

1.3 ภูมิประเทศ


อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อตำบลนาเกียนและตำบลอมก๋อย
อาณาเขต ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
อาณาเขต ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลยางเปียง
อาณาเขต ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

1.4 แผนที่ตำบลสบโขง

 

1.4 ภูมิอากาศ มี 3 ฤดู


ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 4 – 5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิทั่วไปเฉลี่ย 16 – 20 องศาเซลเซียส

ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิทั่วไปเฉลี่ย 17 – 20 องศาเซลเซียส

ฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน – ตุลาคม มีระดับน้ำฝนเฉลี่ย 1,700 – 2,000 มม./ปี

 

1.5 จำนวนหมู่บ้าน


ตำบลสบโขงมีจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 12 หมู่บ้าน ประกอบด้วย
หมู่ 1 บ้านแม่หลองใต้
หมู่ 2 บ้านแม่หลองน้อย
หมู่ 3 บ้านแม่หลองหลวง
หมู่ 4 บ้านขุนตื่น
หมู่ 5 บ้านขุนอมแฮด
หมู่ 6 บ้านอูแจะ
หมู่ 7 บ้านห้วยยาว
หมู่ 8 บ้านตะกอคะ
หมู่ 9 บ้านแม่เงา
หมู่ 10 บ้านโอโลคี
หมู่ 11 บ้านพะเบี้ยว
หมู่ 12 บ้านห้วยน้ำผึ้ง

 

1.6 ประชากร


       จำนวนประชากรในตำบลสบโขงซึ่งประชากรในเขตตำบลสบโขงเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง แต่ละหมู่บ้านในเขตตำบลสบโขงมีทั้งสิ้น 12 หมู่บ้าน มีจำนวนครัวเรือนแยกเป็นประชากรชายและหญิง ดังต่อไปนี้ (หมายเหตุ: ให้ทำการเลือก ระดับตำบล จากนั้นเลือก จังหวัดเชียงใหม่ อำเภออมก๋อย ตำบลสบโขง และสุดท้ายเลือก จำนวนคนและบ้าน แล้วกดตกลง)

 

2 สภาพทางเศรษฐกิจ


2.1 อาชีพ


       ประชากรตำบลสบโขงส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเพื่อยังชีพ คือการปลูกข้าวไร่ และข้าวนาปีมีบ้างเป็นส่วนน้อย เพราะพื้นที่ทั้งหมดของตำบลสบโขงเป็นภูเขาสูงชันอยู่ในเขตป่าสงวน ซึ่งในปีปัจจุบันได้มีโครงการหลวงเข้ามาส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจให้กับประชากรในตำบลสบโขง จำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 2 บ้านแม่หลองน้อย หมู่ที่ 3 บ้านแม่หลองหลวง และหมู่ที่ 11 บ้านพะเบี้ยว ซึ่งมีแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพทางการเกษตร ดังต่อไปนี้ ไม้ผล ได้แก่ พลับ, อะโวคาโด, เสาวรส, และกาแฟ พืชผักเมืองหนาว พืชอื่นๆ เช่น สตรอเบอรี่ และพืชไร่ ได้แก่ ถั่วแดง งานหัตถกรรม เช่น เครื่องจักรสานของชาวเขาส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ กระบือ โค สุกร

 

3 สภาพทางสังคม


3.1 การศึกษา


       โรงเรียนประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 จำนวน 2 แห่ง ดังนี้

1.โรงเรียนบ้านแม่หลองน้อย หมู่ที่ 2

2.โรงเรียนบ้านขุนตื่น หมู่ที่ 4

ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” จำนวน 27 แห่ง ดังนี้

ลำดับที่

ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”

หมู่ที่

1

บ้านแม่หลองใต้ (ปัจจุบันได้ยกเลิกการจัดการเรียนการสอนแล้ว)

1

2

บ้านทีทะทะ

1

3

บ้านคอทะ

1

4

บ้านพะอัน

5

5

บ้านขุนอมแฮดใน

5

6

บ้านขุนอมแฮดนอก

5

7

บ้านอูแจะ

6

8

บ้านห้วยแห้ง

6

9

บ้านผาผึ้ง

6

10

บ้านห้วยยาว

7

11

บ้านตะกอคะ

8

12

บ้านมอโพทะ

9

13

บ้านสะเรเดคี

9

14

บ้านวาเมทะ

9

15

บ้านทีพะแหล่

9

16

บ้านโอโลคีบน

10

17

บ้านโอโลคีล่าง

10

18

บ้านจือทะ

10

19

บ้านเมโลเด

10

20

บ้านทีเลอเปอคี

10

21

บ้านมอโกรทะ

10

22

บ้านคะเนจือคี

10

23

บ้านราชา

11

24

บ้านพะเบี้ยว

11

25

บ้านมอคี

11

26

บ้านห้วยน้ำผึ้ง

12

27

บ้านปริโกร

 

 

• โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 1 แห่ง คือ
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนท่านผู้หญิงประไพ ศิวะโกเศษ หมู่ที่ 12 (บ้านผาแดง)

 

3.2 สถาบันและองค์กรทางศาสนา


• วัด/สำนักสงฆ์ 6 แห่ง
1 บ้านแม่หลองน้อย หมู่ที่ 2
2 บ้านแม่หลองหลวง หมู่ที่ 3
3 บ้านขุนอมแฮดนอก หมู่ที่ 5
4 บ้านขุนอมแฮดใน หมู่ที่ 5
5 บ้านอูแจะ หมู่ที่ 6
6 บ้านเมโลเด หมู่ที่ 10


3.3 สาธารณสุข


• โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล จำนวน 1 แห่ง คือ

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแม่หลองหลวง หมู่ที่ 3

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพชุมชน จำนวน 2 แห่ง คือ
1.ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพชุมชน บ้านแม่หลองใต้ หมู่ที่ 1
2.ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพชุมชน บ้านเมโลเด หมู่ที่ 10

 

4 การบริการพื้นฐาน


4.1 การคมนาคม


      ระยะทางจากอำเภอถึงที่ตั้งสำนักงาน 40 กิโลเมตร เป็นถนนคอนกรีตเสริมไม้ไผ่เป็นระยะ สลับกับถนนดิน รถยนต์สามารถวิ่งเข้าถึงหมู่บ้านได้ 6 หมู่บ้าน และไม่สามารถเข้าถึงได้อีก 6 หมู่บ้านต้องใช้การเดินเท้าเข้าไปหมู่บ้านละประมาณ 4 – 8 ชั่วโมง

 

4.2 การสื่อสารโทรคมนาคม


• การสื่อสารโทรคมนาคม ในพื้นที่ตำบลสบโขง ใช้การสื่อสารด้วยระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีสัญญาณดังนี้

1.ทรูมูฟเอช
2.มาย แคท
3.เอไอเอส
4.ทีโอที โมบาย
4.3 การไฟฟ้า

 

* หมู่บ้านที่ใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำ จำนวน 1 หมู่บ้าน ดังนี้
1. บ้านห้วยน้ำผึ้ง (หย่อมบ้านผาแดง) หมู่ที่ 12

 

* หมู่บ้านที่ใช้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 4 หมู่บ้าน ดังนี้
1. บ้านแม่หลองน้อย หมู่ที่ 2
2. บ้านแม่หลองหลวง หมู่ที่ 3
3. บ้านแม่ขุนอมแฮด หมู่ที่ 3
4. บ้านพะเบี้ยว หมู่ที่ 11

 

* หมู่บ้านที่ใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 12 หมู่บ้าน ดังนี้
(1. บ้านแม่หลองใต้ หมู่ที่ 1 (2. บ้านขุนตื่น หมู่ที่ 4
(3. บ้านอูแจะ หมู่ที่ 6 (4. บ้านห้วยยาว หมู่ที่ 7
(5. บ้านตะกอคะ หมู่ที่ 8 (6. บ้านแม่เงา หมู่ที่ 9
(7. บ้านโอโลคี หมู่ที่ 10 (8. บ้านพะเบี้ยว (หย่อมบ้านราชา และ หย่อมบ้านมอคี) หมู่ที่ 11
(9. บ้านห้วยน้ำผึ้ง หมู่ที่ 12

 

4.4 แหล่งน้ำธรรมชาติ


• ลำน้ำ, ลำห้วย 10 สาย
• น้ำแม่หลอง
• น้ำซอซุยโกล
• น้ำห้วยหมี
• น้ำห้วยกองซาง
• น้ำห้วยอูแจะ
• น้ำทีทอโคร
• น้ำตะกอคะ
• น้ำแม่เงา
• น้ำห้วยโอโลโคร
• น้ำห้วยผึ้ง
• น้ำแม่ตื่น
• น้ำแม่โขง

 

4.5 แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น


ฝาย 1 แห่ง
- บ้านขุนอมแฮดนอก หมู่ที่ 5

ประปาภูเขา 12 แห่ง
1. บ้านแม่หลองใต้ หมู่ที่ 1
2. บ้านแม่หลองน้อย หมู่ที่ 2
3. บ้านแม่หลองหลวง หมู่ที่ 3
4. บ้านขุนตื่น หมู่ที่ 4
5. บ้านขุนอมแฮด หมู่ที่ 5
6. บ้านอูแจะ หมู่ที่ 6
7. บ้านห้วยยาว หมู่ที่ 7
8. บ้านตะกอคะ หมู่ที่ 8
9. บ้านแม่เงา หมู่ที่ 9
10. บ้านโอโลคี หมู่ที่ 10
11.บ้านพะเบี้ยว หมู่ที่ 11
12.บ้านห้วยน้ำผึ้ง หมู่ที่ 12

 

4.5 ด้านโครงสร้างพื้นฐาน


      พื้นที่ตำบลสบโขงมีทั้งหมดมี 12 หมู่บ้าน อยู่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดารมีเส้นทางที่รถเข้าถึงหมู่บ้านได้ในช่วงฤดูแล้ง 10 หมู่บ้าน และไม่มีเส้นทางเข้าถึงหมู่บ้าน 2 หมู่บ้าน ต้องเดินเท้าเข้าไปใช้เวลาหลายชั่วโมง ถนนที่เป็นสายหลักที่ใช้ในการคมนาคมผิวถนนเป็นดินโคลนปนทราย ในช่วงฤดูฝน ฝนตกทำให้ถนนเป็นหลุมและเป็นร่องลึกใช้การไม่ได้ ต้องทำการซ่อมแซมจำนวน 6 หมู่บ้านต้องสร้างเพิ่มอีกจำนวน 4 หมู่บ้าน ไฟฟ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 12 หมู่บ้าน และไฟฟ้าพลังน้ำจำนวน 3 หมู่บ้านและจะต้องมีการวางเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอีกจำนวน 12 หมู่บ้าน ระบบประปาภูเขาจากลำธาร ในช่วงฤดูแล้งทำให้น้ำในลำธารแห้งชาวบ้านไม่มีภาชนะเก็บน้ำไว้ใช้ ระบบประปาที่สร้างไว้จำนวน 12 แห่งเกิดการชำรุดเสียหายต้องทำการซ่อมแซมทั้งหมดและต้องทำการสร้างระบบประปาเพิ่มอีกจำนวน 2 แห่ง

 

4.6 ด้านเศรษฐกิจ


       อาชีพหลักของชาวไทยภูเขาตำบลสบโขง คือ การทำนา (ข้าวไร่) ซึ่งมีพื้นที่ปลูกจำนวน 2,635 ไร่ และทำไร่ (กะหล่ำปลี, พริกแดง, และมะเขือเทศ) จำนวน 2,879 ไร่ ผลผลิตจากการทำนาไม่เพียงพอต่อการบริโภค เพราะพื้นที่เพาะปลูกเป็นภูเขาสูงชัน ราคาผลผลิตทางการเกษตรก็ตกต่ำเนื่องจากไม่มีการประกันราคา ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และไม่มีอาชีพเสริมอย่างอื่นภายในหมู่บ้านตามเป้าหมายของผู้บริหารท้องถิ่นได้ตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมกลุ่มอาชีพต่างๆในพื้นที่ และผลักดันให้ทุกครัวเรือนมีรายได้ตามเกณฑ์มาตรฐานภายในปี 2555 ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจของตำบลสบโขง มีดังนี้


      การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกลุ่มอาชีพต่างๆในพื้นที่นั้น ปัจจุบันมีกลุ่มอาชีพ จำนวน 1กลุ่ม โดยได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสบโขง โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง ยังไม่ได้ให้การส่งเสริมอย่างจริงจังแต่อย่างใด ดังนั้นจึงต้องทำการจัดตั้ง 4 กลุ่ม ให้การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทั้ง 5 กลุ่มอาชีพ
การผลักดันให้ทุกครัวเรือนมีรายได้ตามเกณฑ์มาตรฐานภายในปี 2555 ปัจจุบันมีครัวเรือนที่มีรายได้ตามเกณฑ์มาตรฐานจำนวน 836 ครัวเรือน จากจำนวนทั้งสิ้น 938 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 89.3 ยังมีครัวเรือนที่จะต้องผลักดันให้มีรายได้ตามเกณฑ์มาตรฐานอีก 102 ครัวเรือน ซึ่งจะต้องผลักดันให้เสร็จภายในปี 2555

 

4.7 ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

       พื้นที่ทั้งหมดเป็นภูเขา ทำให้ชาวบ้านต้องตัดไม้ ถางไร่ เพื่อทำการเพาะปลูกข้าวไร่ในการเลี้ยง ชีพ พร้อมทั้งประชากรในตำบลมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น พื้นที่ทำกินจึงเพิ่มขึ้นตามทำให้เกิดปัญหาตัดไม้ทำลายป่าที่อุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น ผลที่ตามมาคือน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติแห้ง ฝนตกไม่ตรงตามฤดูกาล บางปีฝนตกหนักทำให้มีน้ำป่าไหลหลากน้ำท่วมที่ทำกิน เพราะไม่มีต้นไม้คอยต้านทานแรงของน้ำไว้ ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภคการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน จำนวน2,000 ไร่ในขณะนี้ต้องทำการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าพื้นที่ เป้าหมายหลักในการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ซึ่งมีอยู่กว่า 800 ไร่ โดยการสร้างเครือข่าย และใช้ประชาชนในพื้นที่เป็นแกนหลักในการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมได้รับการฟื้นฟูแล้วกว่า 230 ไร่ เหลือที่จะต้องได้รับการฟื้นฟูอีกกว่า 570 ไร่ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลสบโขงจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป ปีละไม่น้อยกว่า 100 ไร่ และจัดกิจกรรมในการปลูกจิตสำนึกแก่ประชาชนและเยาวชนเป็นประจำทุกปีปีละ 2 ครั้ง และเพิ่มให้ได้ปีละ 4 ครั้ง

 

4.8 ด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น


       ชุมชนมีขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาพุทธ ในตำบลสบโขงมีสำนักสงฆ์จำนวน 2 แห่ง การจัดกิจกรรมทางด้านศาสนามีน้อยมากปีละประมาณ 6 ครั้ง ทางองค์การบริหารส่วนตำบลสบโขงตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนการจัดกิจกรรมทางด้านศาสนา โดยให้เพิ่มขึ้นเป็นปีละไม่น้อยกว่า 12 ครั้ง

 

4.9 ด้านคุณภาพชีวิตและสังคม


      พื้นที่ตำบลสบโขงเป็นชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงมีโรงเรียนประถมศึกษา 2 แห่ง สังกัดการประถมศึกษาแห่งชาติ เป็นการศึกษานอกระบบ คือ ศูนย์ศึกษาชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง (ศศช.) จำนวน 27 แห่ง สังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน เด็กในวัยศึกษามีจำนวนทังสิ้น 4,409คน ได้รับการศึกษาจำนวน 1,415 คน ยังไม่ได้รับการศึกษาจำนวน 2,907 คนทำให้จำนวนประชากรที่รู้หนังสือมีน้อย เยาวชนที่ตั้งใจเรียนและต้องการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา ต้องเข้ามาศึกษาต่อในตัวอำเภอ แต่ยังขาดแคลนทุนการศึกษา รวมทั้งเด็กส่วนใหญ่อยู่ในถิ่นทุรกันดารทำให้ได้รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ และขาดการร่วมมือในการฟื้นฟูและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ เนื่องจากหมู่บ้านอยู่ห่างจากตัวอำเภอมาก หลายหมู่บ้านไม่มีเส้นทางคมนาคม เมื่อเจ็บป่วยจะเดินทางเข้ามารักษาที่ตัวอำเภอเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะต้องเดินทางเท้าเป็นเวลาหลายชั่วโมง ประกอบกับชาวบ้านยังมีความเชื่อและปฏิบัติตามประเพณีดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาในเรื่องสาธารณสุข ลักษณะการตั้งหมู่บ้านของชาวเขาจะติดกับลำธาร ตัวบ้านจะสร้างใกล้ชิดกัน เมื่อเกิดโรคติดต่อ หรือโรคระบาดจะแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วทำให้ยากแก่การป้องกัน ทางอบต. สบโขงมีการจัดการรณรงค์เรื่องการป้องกันโรคติดต่อไปแล้ว 5 หมู่บ้านต้องจัดเพิ่มอีก 7 หมู่บ้าน ส่งเสริมและผลักดันให้ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสได้รับเบี้ยยังชีพอย่างทั่วถึง โดยปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพ จำนวน 450 คน ผู้พิการที่ยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพจำนวน 10 คน และ เมื่อฤดูเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นคนหนุ่มสาว จะว่างงาน บางส่วนจะออกไปรับจ้างใช้แรงงานในเมือง บางส่วนอยู่ในหมู่บ้านทำให้มีเวลาว่าง เยาวชนมีโอกาสที่จะหันไปหายาเสพติดได้ง่าย หากไม่มีกิจกรรมอะไรมารองรับ จะต้องทำการสร้างสนามกีฬา 12 แห่ง ซึ่งยังไม่มี ทำการส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีละ 5 ครั้ง เพิ่มเป็นปีละ 9 ครั้ง

 

4.10 ด้านการบริหารจัดการ


      ประชากรส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาน้อยทำให้ขาดความรู้ และไม่ให้ความสนในเรื่องการมีส่วนร่วมการปกครองระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งพื้นที่ตำบลสบโขงอยู่ในถิ่นทุรกันดารทำให้บุคลากรมีไม่เพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ อาคารที่ทำการไม่มีความเหมาะสม เพราะเป็นอาคารเช่าชั่วคราว พนักงานยังขาดความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ทำการจัดการอบรมให้ความรู้จำนวน 4หมู่บ้าน และต้องจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นอีก 8 หมู่บ้านจัดให้มีการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเป็นไปด้วยความโปร่งใสยุติธรรม ตามหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ตำบลสบโขงมีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 1,895 คน ไปใช้สิทธิจำนวน 1,883 คน ไม่ไปใช้สิทธิจำนวน 12 คน

 

4.11 ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน


       มุ่งเน้นให้ตำบลสบโขงเป็นตำบลร่มเย็น ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยการพัฒนาเครือข่ายชุมชน อาสาสมัครในการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย โดยปัจจุบันมีสมาชิก อปพร. 13 คน โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนขึ้นอีก 153 คน ให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจำนวน 5 ครั้งต่อปีซึ่งจะต้องจัดทำเพิ่มเป็น 10 ครั้งต่อปี จากข้อมูลพื้นฐานองค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง มีประเด็นหลักที่จะต้องดำเนินการพัฒนา 7 ด้าน ดังนี้
1. ประเด็นการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน
2. ประเด็นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ
3. ประเด็นการพัฒนาด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4. ประเด็นการพัฒนาด้านการรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
5. ประเด็นการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตและสังคม
6. ประเด็นการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ
7. ประเด็นการพัฒนาด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

       โดยทั้ง 7 ประเด็นการพัฒนาถือเป็นวาระแห่งท้องถิ่นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสบโขงจะดำเนินการให้บรรลุผลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตำบลสบโขง เพื่อให้มีการวางแผนอัตรากำลัง 3 ปี ให้มีความครบถ้วน องค์การบริหารส่วนตำบลสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์การบริหารส่วนตำบลสบโขงได้วิเคราะห์สภาพปัญหาในเขตพื้นที่ความจำเป็นพื้นฐานและความต้องการประชาชนโดยแบ่งออกเป็นขั้นต่างๆดังนี้

1. ปัญหาด้านเศรษฐกิจ


1.1 ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ 1.2 ราคาผลผลิตตกต่ำ 1.3 ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้น้อยไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ
1.4 ปัญหาการว่างงานในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การอพยพแรงงาน 1.5 ประชาชนมีหนี้สิน ขาดการออมทรัพย์ ขาดการรวมกลุ่ม

 

2.ปัญหาด้านสังคม


2.1ไม่มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ 2.2 ประชาชนว่างงานหลังฤดูเก็บเกี่ยว 2.3 ปัญหาด้านยาเสพติด
2.4 ปัญหาด้านสวัสดิการชุมชน

 

3.ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน


3.1 ปัญหาเส้นทางคมนาคมระหว่างอำเภอ-ตำบล-หมู่บ้าน ยากลำบากและยังไม่สะดวก
3.2 ปัญหาสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ยังไม่ครบถ้วนทั่วถึง เช่น ไฟฟ้า ประปาโทรศัพท์
3.3 ขาดเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน

 

4.ปัญหาด้านสาธารณสุข


4.1 ปัญหาการบริการด้านสาธารณสุขและอนามัยยังไม่ทั่วถึง
4.2 ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด 4.3 ปัญหาด้านความร่วมมือในการแก้ไขโรคติดต่อ
4.4 ปัญหาการให้บริการสุขภาพของผู้สูงอายุ , เด็ก , สตรีและคนชรา

 

5.ปัญหาด้านการเมือง การบริหาร


5.1 ปัญหาการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง การบริหารของประชาชน
5.2 ปัญหาศักยภาพในการบริหารงานและการบริการประชาชน

 

6.ปัญหาด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม


6.1 ปัญหาการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารของประชาชน
6.2 ปัญหาด้านการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ
6.3 ปัญหาทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

7.ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


7.1 ปัญหาการขาดสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สถานที่สาธารณะและนันทนาการ
7.2 การทิ้งและการกำจัดขยะมูลฝอย
7.3 ประชาชนขาดจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
7.4 ปัญหาป่าไม้ถูกทำลายจากการเผาป่า เพื่อขยายที่ทำกิน และไฟป่า

 

8.ปัญหาด้านต่างๆ


       การประสานแผนงานหรือการทำงานกับหน่วยงานของรัฐหรือท้องถิ่นอื่นข้างเคียงความต้องการของประชาชนประชาชนมีความต้องการให้องค์การบริหารส่วนตำบลดำเนินการปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคม ซึ่งเป็นปัญหาหลักในการเดินทาง เนื่องจากส่วนใหญ่ถนนที่ใช้ในการติดต่อระหว่างหมู่บ้านเป็นทางเดินเท้า เป็นหลุมบ่อ โดยเฉพาะในฤดูฝน รวมทั้งการแก้ปัญหาด้านแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค – บริโภค และการเกษตรให้เพียงพอกับความต้องการ 5. ภารกิจ อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล